HOME   TOUR   PACKAGE   CRUISE   PROMOTION   INFORMATION   ABOUT US   WEBBOARD   CONTACT US
Home You are here: TOUR Europe สเปน โปรตุเกส 10 วัน 8 คืน โดยสายการไทย (TG) เดินทาง 11-20 เมษายน 2555 ราคาเริ่มต้นที่ 109,900 บาท
 

Search


tour-australia
tour-NewZealand
tour-africa
tour-thailand
 
   

สเปน โปรตุเกส 10 วัน 8 คืน โดยสายการไทย (TG) เดินทาง 11-20 เมษายน 2555 ราคาเริ่มต้นที่ 109,900 บาท PDF พิมพ์ เขียนอีเมล
( 0 Votes )
วันพุธที่ 08 กุมภาพันธ์ 2012 เวลา 10:47 น.
สเปน โปรตุเกส 10 วัน 8 คืน บินโดย TG ราคาเริ่มต้นที่ 109,900 บาท
ปลายทางฝันของนักเดินทาง 2 ประเทศ เพื่อนบ้านแห่งเมดิเตอร์เรเนียน สเปน-โปรตุเกส ดินแดนที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เด่นในความงดงามของศิลปะและสถาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่า ชื่อเสียงของสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความแตกต่่างกัน แต่ก็มีครบทั้งโบราณสถาน ศิลปวัฒนธรรมที่ทั่วโลกรู้จักดีคือในด้านของดนตรี ระบำฟลามิงโก้ ถือได้ว่าเป็นต้นตำรับของดนตรีที่เร้าใจ นักเต้นเคลื่อนไหวไปตามจังหวะเสียงเพลงและจังหวะของการกระแทกส้นเท้าอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

กำหนดการเดินทาง 

วันที่เดินทาง 

ระยะเวลา 

สายการบิน

ราคา(เริ่มที่)

2012-04-11

9 วัน

TG

109,900

วันที่ 1 : วันพุธ ที่ 11 เมษายน 2555 กรุงเทพ
20.30 น.

คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ประตู 2 เคาน์เตอร์ D สายการบินไทย โดยมีเจ้าหน้าที่  คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก

วันที่ 2 : วันพฤหัสบดี ที่ 12 เมษายน 2555 กรุงเทพฯ – มาดริด – โตเลโด้ - กรานาด้า
00.05 น.

ออกเดินทางสู่กรุงมาดริด โดยการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 948

08.00 น.

ถึงท่าอากาศยานบาราจัส (Barajas) กรุงแมดริด ประเทศสเปน หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร แล้วนำท่านเดินทางสู่เมืองโตเลโด้ (Toledo) อดีตเมืองหลวงเก่าตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 ศูนย์กลางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของสเปน เริ่มต้นการเที่ยวชมเมืองจากหน้าสถานีรถไฟแบบนีโอมูเดฆาร์ที่รูปทรงทางสถาปัตยกรรมที่แปลกตา ข้ามสะพานแบบโรมันดั้งเดิม (ปูเอนเต เด อัลกานตารา) บนเนินเขาท่านจะเห็นกัสตีโย เด ซาน เซร์บานโด ป้อมปราการขนาดใหญ่ที่ชาวโรมันสร้างขึ้นเพื่อปกปักษ์รักษาเมือง แล้วเข้าสู่เขตเมืองเก่าโดยผ่านประตูเมืองปูเอร์ตา เด บิซากรา 1ในประตูเมืองที่มีความสำคัญที่สุด ทุกๆแห่งของเมือง ท่านจะได้ชื่นชมกับความแตกต่างของสถาปัตยกรรม แบบ   อารบิค, มูเดฆาร์ ,กอธิค และเรอเนสซองส์ เมื่อท่านมาเยือนโตเลโด้แล้วต้องแวะชมคือมหาวิหารโตเลโด้ สถาปัตยกรรมแบบโกธิกที่ยิ่งใหญ่สวยงามแห่งหนึ่งของโลก  ก่อนอำลาเมืองแวะจุดชมวิว เพื่อชมทิวทัศน์ของเมืองโตเลโด้ทั้งเมือง ซึ่งเป็นทิวทัศน์ที่จิตรกรชื่อดังของสเปนเอล เกรโก (EI Greco) ได้จำลองลงในแผ่นภาพที่งดงามยิ่งกว่าของจริง

บ่าย

ออกเดินทางสู่สเปนตอนใต้ ในแคว้นอันดาลูเซีย แคว้นแห่งเกษตรกรรมที่มีบทบาทสำคัญต่อสเปนมาทุกยุคทุกสมัย สร้างผลผลิตอาทิ น้ำมันมะกอก พืชไร่ องุ่น ฝ้าย และดอกทานตะวัน เป็นเขตภูมิภาคที่อบอุ่นเนื่องจากอากาศดีตลอดปีเพราะอยู่ติดกับมหาสมุทรและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน จนเข้าสู่ เมืองกรานาด้า (Granada) อดีตเมืองหลวงของพวกมัวร์ เมืองที่มีความเจริญสูงสุดทั้งทางวัตถุและศิลปะที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวของพวกมัวร์และชาวยิว

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำคณะเข้าสู่ที่พัก โรงแรม ABADES NEVADA PALACE HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่ 3 : วันศุกร์ ที่ 13 เมษายน 2555 พระราชวังอะลัมบรา - กอร์โดบ้า – สุเหร่าเมซกิต้า
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
รถโค้ชนำท่านสู่ พระราชวังอะลัมบรา (Alhambra Palace)
สิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่ไม่มีอันดับอย่างเป็นทางการ ความสุดยอดแห่งจินตนาการและความ สามารถทางศิลปะของมัวร์ ตั้งอยู่บริเวณสันเขาบนเนินเขียวขจี ไม่มีคำบรรยายใดจะเปรียบเปรยความวิจิตรพิสดารและความประณีตสมดุลอันน่าทึ่งนี้ได้ พระราชวังแห่งนี้มิได้ยิ่งใหญ่เฉพาะภายนอก แต่อลังการไปด้วยฝีมืออันประณีตจากช่างฝีมือในยุคก่อนที่ได้สร้างสรรค์การตกแต่งอย่างวิจิตรนำคณะเข้าชมพระราชวังหลวง  (Nasrid Palace) โดดเด่นไปด้วยลวดลายแกะสลักบนเพดานไม้ ลายเครือเถาบนปูนปั้นที่ประดับผนังลายลดาวัลย์และลายลูกไม้ฉลุบนเรียวโค้งของเสาหินอ่อน ด้านนอกเป็นสวนสวยราวกับจำลองสวนสวรรค์มาไว้บนดิน ลานดอกเมอร์เทิลขนาบด้วยแนวพุ่มดอกเมอร์เทิล ซาลอน เดโลส เอมบาฆาโดเรส ห้องสำหรับเข้าเฝ้ากษัตริย์ และสุดปลายทางใต้เป็นลานสิงโต สร้างขึ้นรอบน้ำพุโบราณขนาดใหญ่ ห้องพักที่เคยต้อนรับนักเขียนชื่อดังวอชิงตัน เออร์วิง ในปี 1829 ที่เคยพำนักในพระราชวังแห่งนี้นานถึง 3 เดือน และจุดสุดท้ายที่ไม่ควรพลาดชมก็คือพระราชวังเฆเนราลิเฟ เดิมเป็นพระราชวังฤดูร้อนของสุลต่าน ความงดงามของอุทยานสวนอันร่มรื่นและเขียวขจี ประดับด้วยน้ำพุและสระน้ำ สมกับความหมายที่ว่า อุทยานสถาปนิก

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย

เดินทางสู่ เมืองกอร์โดบา (Cordoba) เมืองในระบบกาหลิบที่มีความเจริญรุ่งเรืองที่สุดของยุโรปในศตวรรษที่ 10 มีการสร้างมหาวิทยาลัย เน้นการเรียนรู้ด้านวรรณกรรมและวิทยาศาสตร์ ปรัชญาและการแพทย์ นำท่านเลาะเลียบผ่านเขตกำแพงเมืองเก่าที่ด้านหลังเป็นชุมชนชาวยิว ปราสาท อัลคาซาร์และสะพานแบบโรมัน (ปูเอนเต้ โรมาโน) ทอดตัวข้ามแม่น้ำกวาดัลกีบีร์ แล้วพาเข้าชมสุเหร่าเมซกีต้า สุเหร่าที่มีขนาดใหญ่ของบรรดากาหลิบแห่งอูมัยยาด หากจะเปรียบเทียบความใหญ่โตคงจะไม่สร้างความประหลาดใจ แต่ ณ ที่แห่งนี้คือบทสรุปของการปลูกฝังคริสต์ศาสนาลงบนอาณาเขตอันยิ่งใหญ่ ของมุสลิมเดิม ซึ่งท่านจะได้เห็นศิลปะการสร้างโบสถ์ของ ชาวคริสต์อันยิ่งใหญ่และศิลปะหลายแบบถูกบรรจงเติมแต่งให้สมบูรณ์ จึงเป็นสถาปัตยกรรมที่เปรียบเป็นความงดงามอย่างลึกซึ้งแห่งงานศิลปะ และความเจริญรุ่งเรืองทางศาสนา แต่ในขณะเดียวกันศิลปะแบบมุสลิมซึ่งก็คือมีห์รับ ซึ่งถือเป็น สุดยอดสถาปัตยกรรมชิ้นเอกบนกระเบื้องเซรามิคของศิลปินชาวมัวร์แท้ๆ ได้รับการอนุรักษ์เก็บรักษาให้ทรงคุณค่าความงามจนแทบจะหาชมไม่ได้อีกแล้วบนโลกใบนี้

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
เข้าสู่ที่พัก โรงแรม CORDOBA CENTER HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่ 4 : วันเสาร์ ที่ 14 เมษายน 255 กอร์โดบ้า - เซบียา - มหาวิหารแห่งเซบียา - ปลาซา เด เอสปาญา
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ออกเดินทางต่อสู่เมืองเซวิลล์ หรือเซบียา (Seville) เมืองใหญ่อันดับ 4 ของสเปนและเป็นเมืองหลวงของ แคว้นอันดาลูเซียเมืองที่เต็มไปด้วยความเขียวขจี พื้นที่โล่ง สวนสาธารณะและสวนดอกไม้เมืองในฝันสำหรับผู้ต้องการสัมผัสชีวิตราตรีอันเร่าร้อนของอันดาลูเซีย นำท่านเข้าชมวิหารแห่งเมืองเซบียา (Seville) มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามรองจากมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ที่กรุงโรม และเซนต์ปอลที่ลอนดอน และใหญ่ที่สุดในสเปนสร้างด้วยศิลปะแบบโกธิค ภายในตกแต่งได้อย่างงามวิจิตร สร้างขึ้นแทนที่ตั้งของสุเหร่าเดิม โดยต้องการให้ยิ่งใหญ่แบบไม่มีใครเทียบเทียมได้ ในห้องเก็บทรัพย์สมบัติล้ำค่า มีทั้งภาพเขียน, เครื่องใช้ในพิธีของศาสนาที่ทำมาจากทองคำและเงิน ล้วนแต่ประเมินค่ามิได้ อีกทั้งยังเป็นที่เก็บศพของโคลัมบัสอีกด้วย จากนั้นขึ้นชม หอคอยฆีรัลดา (Giralda) ตึกทรงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสูง 93 เมตร (ไม่แนะนำสำหรับท่านที่สุขภาพไม่เอื้ออำนวย) ติดกันกับมหาวิหารเป็นลานส้มและน้ำพุ เพื่อใช้ในพิธีชำระร่างกายของอิสลาม ด้านหน้าเป็นลานกว้างมี ปราสาทอัลคาซาร์ (Alcazar) สถาปัตยกรรมที่ยังคงมีคราบเงาความบรรเจิด และความคิดสร้างสรรค์ของชาวมัวร์ ในอดีตเคยเป็นพระราชวังของกษัตริย์สเปนมาก่อน

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย

นำท่านไปชมสิ่งก่อสร้างที่งดงามด้วยสถาปัตยกรรม การออกแบบของปลาซาเดเอสปาญา (Plaza de Espanga) ชมกลุ่มอาคารรูปครึ่งวงกลมเรียงต่อกันเป็นแนวยาว แต่ละโค้งประตูมีตราประจำจังหวัดไล่เรียงตามตัวอักษร ฝั่งตรงข้ามเป็นอุทยานมาเรีย ลุยซ่า ร่มรื่นงดงามตระการตาและแฝงความโรแมนติก อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้ง

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง พร้อมชมและเพลิดเพลินกับดนตรี และระบำฟลามิงโกอันเร่าร้อนสไตล์ อันดาลูเซีย
นำเข้าสู่ที่พัก  โรงแรม MACARENA SEVILLA HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่ 5 : วันอาทิตย์ ที่ 15 เมษายน 2555 เซวิลล์ - ลิสบอน (โปรตุเกส) – เอสโตริล - ซินทร้า - แหลมโรก้า
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เดินทางสู่พรมแดนโปรตุเกส-สเปน ที่เมืองแบฮา เคยตกเป็นเมืองของโรมันในยุคของจูเลียส ซีซาร์ และตั้งให้เป็นเมืองหลวงของแคว้นตะวันตกแห่งอาณาจักรโรมันจนเข้าสู่ กรุงลิสบอน (Lisbon) เมืองหลวงของโปรตุเกส ตั้งอยู่ในทวีปยุโรปตอนใต้บนคาบสมุทรไอบีเรีย

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย

ออกเดินทางเลาะเลียบชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ผ่านเมืองเล็กๆน่ารักแถบชานเมืองลิสบอน จากนั้นเดินทางสู่เมืองซินทรา (Sintra) อีกหนึ่งเมืองตากอากาศยอดนิยมของนักท่องเที่ยว และยังเป็นที่ตั้งของพระราชวังที่สวยงาม ที่ได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกอีกด้วย ความร่มรื่นของเขตอุทยานเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจในวันหยุดของชาวเมืองแล้วไป ชมแหลมโรก้า (Capo Da Roca) จุดตะวันตกสุดของยุโรป ท่านสามารถซื้อ Certificate เป็นที่ระลึกสำหรับการมาเยือน ณ ที่แห่งนี้ แล้วเดินทางต่อไปชมเมืองคาสกาย (Cascais)ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่แปรพระราชฐานสู่พระราชวังฤดูร้อนของกษัตริย์หลุยส์ที่1ปัจจุบันเป็นเมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงเต็มไปด้วยสีสัน ที่พักตากอากาศชั้นดี ,โรงแรมตากอากาศอันทันสมัย ไม่แพ้ที่แห่งใดในโลก ถัดไปเป็นเมืองเอสโตริล (Estoril)ที่ได้รับสมญานามร่วมกับอีกสองเมือง คือ คาสกายน์และซินทรา ว่าเป็น Golden Triangle เมืองตากอากาศที่เต็มไปด้วยความสวยงาม ไม้ดอก และแนวต้นปาล์ม และคลาสสิคด้วยรีสอร์ท ตากอากาศสีพาสเทลได้เวลานำท่านเดินทางสู่ กรุงลิสบอน(Lisbon)

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำเข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOLIDAY INN LISBON CONTINENTAL หรือเทียบเท่า

วันที่ 6 : วันจันทร์ ที่ 16 เมษายน 2555 เที่ยวกรุงลิสบอน - มหาวิหารเจอริโนโม - บาดาโฆซ
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เที่ยวชมกรุงลิสบอน ชมอดีตพระราชวังหลวง อายุเก่าแก่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 14ผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมโกธิคและมัวร์อย่างสวยงาม ปัจจุบันเป็นที่พำนักอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดี ชมวิหารเจอโรนิโม ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ วาสโก ดากามา และการเดินทางสู่อินเดียเป็นผลสำเร็จ ในปี ค.ศ.1498 จัดเป็นผลงานอันเยี่ยมยอดของงานสถาปัตยกรรม ที่เรียกกันว่า มานูเอลไลน์ (Manueline) ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 70 ปี จึงเสร็จสมบูรณ์ และได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก้ว่าเป็น World Heritage Site ภายในประกอบไปด้วยอาคารสำคัญต่างๆ แล้วไปชมหอคอยเบเล็ม (Belem Tower) เดิมสร้างไว้กลางน้ำเพื่อเป็นป้อมรักษาการณ์ดูแลการเดินเรือเข้าออก และ เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินเรือออกไปสำรวจ และค้นพบโลกของวาสโก ดากามา และนักเดินเรือชาวโปรตุเกส เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของสถาปัตยกรรมมานูเอลไลน์ที่สวยงาม บันทึกภาพกับอนุสาวรีย์ดิสคัฟเวอรี่ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1960 เพื่อฉลองการครบ 500 ปี แห่งการสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายเฮนรี่ เดอะเนวิเกเตอร์ และยกย่องนักเดินเรือสำรวจรอบโลก เชิญท่านลองชิมขนมทาร์ตคัสตาร์ด (Nata de Pasteis) ในร้านขนมเก่าแก่ที่ให้บริการมากว่าร้อยปี แวะชิมขนมโปรตุเกส ต้นตำรับของขนมไทย อาทิ ทองหยอด, ฝอยทอง ต้นตำรับแท้ที่โปรตุเกสและเข้าไปเผยแพร่ในกรุงศรีอยุธยาโดยท่านท้าวทองกีบม้า

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย

สมควรแก่เวลาออกเดินทางสู่เมืองบาดาโฆส (Badajoz)เมืองหลวงของแคว้นเอ็กซ์ตร้ามาดูราทางตอนใต้ของสเปน ห่างจากชายแดนประเทศโปรตุเกสเพียง 6 กม. เป็นเมืองใหญ่ที่สุดของแคว้น และมีความโดดเด่นในด้านสถาปัตยกรรมที่พวกมัวร์ทิ้งไว้ให้คนรุ่นหลัง

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
แล้วนำเข้าสู่ที่พัก โรงแรม HUSA ZURBARAN BADAJOZ หรือเทียบเท่า

วันที่ 7 : วันอังคาร ที่ 17 เมษายน 2555 บาดาโฆซ – อาบีลา – เซอโกเบีย – สะพานส่งน้ำโรมัน – มาดริด
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองทาลาบีรา (Talavera) เมืองนี้เป็นเสมือนเมืองแห่งการแสวงบุญ มาตั้งแต่ตอนปลายศตวรรษที่ 16เป็นเมืองที่มีเรื่องราวอันน่าสลดในขณะที่มีความเจริญรุ่งเรืองควบคู่กันไปด้วย เมืองนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเที่ยวแคว้นกัสตียา อีเลออน นำท่านชมกำแพงเมืองโบราณในยุคกลางที่ยังคงมีการอนุรักษ์ไว้ได้เป็นอย่างดี ชมมหาวิหารแห่งอาบิลา และปลาซา เดอซันตาเทเรซา ที่ตั้งของรูปปั้นสีขาวพิสุทธิ์ ของแม่ชีซานตาเทเรซา โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่การที่โป๊ป ได้เสด็จมาเยือนในปี ค.ศ.1982 แม่ชีเทเรซาได้ถือกำเนิดที่เมืองนี้ และเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการปฏิรูปศาสนา และเขียนถึงพระเจ้าในชีวิตของท่าน ในรูปลักษณ์ที่ต่างจากความเชื่อที่นับถือมาแต่ในอดีต

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย

เดินทางต่อสู่เมืองเซอโกเบีย (Segovia) ถนนทุกสายมุ่งหน้าไปยังสิ่งก่อสร้างโรมันที่ใหญ่ที่สุดที่ยังเหลืออยู่ในสเปน แล้วไปชมสะพานส่งน้ำที่ใช้การจนถึงศตวรรษที่ 20 มีฐานโค้ง 165 ช่วง สูง 29 เมตร แล้วไปชมปราสาทเทพนิยาย ให้ท่านได้ถ่ายรูปกับอัลกาซาร์แห่งเมืองเซอโกเบีย ได้ผสมผสานแบบมูเดฆาร์กับปราสาทร่วมสมัยทำให้กลาย เป็นปราสาทในจินตนาการ ความยิ่งใหญ่อลังการของปราสาทแห่งนี้เป็นที่ประทับใจนักท่องเที่ยวที่ได้มาเยือน ก่อนเดินทางเข้าสู่แมดริด (Madrid) เมืองหลวงของสเปน

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  
เข้าสู่ที่พัก  โรงแรม HUSA CHAMARTIN HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่ 8 : วันพุธที่ 18 เมษายน 2555 มาดริด – พระราชวังหลวง – ช๊อปปิ้ง
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำคณะเที่ยวกรุงแมดริด เมืองหลวงของประเทศสเปนเก่าแก่นับพันปี ตั้งอยู่ใจกลางแหลมไอบีเรียน ในระดับความสูง 650 เมตร เป็นเมืองหลวงที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เข้าชมพระราชวังหลวง (Palacio Real) ตั้งอยู่บนเนินเขาริมฝั่งแม่น้ำแมนซานาเรส มีความสวยงามโอ่อ่าอลังการไม่แพ้พระราชวังอื่นๆในทวีปยุโรปจากแนว ความคิดเปรียบเทียบความใหญ่โตของแวร์ซายส์ และความสวยงามของลูฟว์ในฝรั่งเศสพระราชวังหลวงแห่งนี้ จึงถูกสร้างด้วยหินทั้งหลัง ในปี ค.ศ. 1738 ในสไตล์บาร็อค โดยการผสมผสานระหว่างศิลปะแบบฝรั่งเศสและ อิตาเลียน ประกอบด้วยห้องต่างๆ มากมายถึง 2,830 ห้อง ซึ่งนอกจากจะมีการตกแต่งอย่างงดงามแล้ว ยังเป็นที่เก็บภาพเขียนชิ้นสำคัญ ที่วาดโดยศิลปินในยุคนั้น รวมทั้งสิ่งของมีค่าต่างๆอาทิ พัดโบราณ, นาฬิกา, หนังสือ, เครื่องใช้, อาวุธ ฯลฯ แล้วชมอุทยานหลวงที่มีการเปลี่ยนพันธุ์ไม้ทุกฤดูกาลดอกไม้งดงามตลอดปี ชมอนุสาวรีย์เซอร์แวนเตส กวีเอกชาวสเปนที่ตั้งอยู่เหนืออนุสาวรีย์ดอนกิโฆเต้ในสวนสาธารณะ เที่ยวชมน้ำพุไซเบเลส (Cibeles Fountain) ที่สร้างอุทิศให้แก่เทพธิดาไซเบลีน ใช้เป็นสถานที่เฉลิมฉลองในเทศกาลต่างๆของเมือง และอาคารสวยงามใกล้กันคือที่ทำการไปรษณีย์ ผ่านชมประตูชัยอาคาล่า (Puertade Alcala) ที่สร้างถวายพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร เที่ยวชมปลาซา เดอ เอส ปันญา (Plaza de Espanga) ใกล้เขตปูเอต้าเดลซอล หรือประตูพระอาทิตย์ จัตุรัสใจกลางเมือง ซึ่งนอกจากจะเป็นจุดนับกิโลเมตรแรกของสเปนแล้ว (กิโลเมตรที่ศูนย์) ยังเป็นศูนย์กลางรถไฟใต้ดิน และรถเมล์ทุกสาย และยังเป็นจุดตัดของถนนสายสำคัญของเมืองที่หนาแน่นด้วยร้านค้ามากมาย และห้างสรรพสินค้าใหญ่อีกด้วย ชมอนุสาวรีย์หมีกับต้นมาโดรนาสัญลักษณ์ของเมือง จากนั้นอิสระให้ท่านเดินเที่ยวย่าน Walking Street ตามอัธยาศัย
ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
เข้าสู่ที่พัก  โรงแรม HUSA CHAMARTIN HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่ 9 : วันพฤหัสบดี ที่ 19 เมษายน 2555 มาดริด – กรุงเทพฯ
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

09.00 น.

นำคณะเดินทางสู่ท่าอากาศยานบาราจัส เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำ คืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน

13.00 น. อำลากรุงมาดริดโดยการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 949
วันที่ 10 : วันศุกร์ ที่ 20 เมษายน 2555 กรุงเทพ
06.05 น.

ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร ด้วยความสวัสดิ์ภาพ


Share this post

 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

บริษัท แฝดทัวร์ จำกัด 1408 ถนนรามคำแหง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ 10250 โทร. 0-2318-6094-5 โทรสาร 0-2717-3411

Top